ประวัติอดีตเจ้าอาวาส

พระเทพวิสุทธิคุณ (กุศล คนฺธวโร)

สังเขปัตตชีวประวัติ

            พระเทพวิสุทธิคุณ (กุศล คนฺธวโร) อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ อดีตเจ้าอาวาสวัดบุพพาราม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่  เป็นพระมหาเถระ เปี่ยมด้วยเมตตา มีปฏิปทาจริยาวัตรงดงาม มีความรู้ความสามารถและคุณธรรมสูง ได้รับภาระหน้าที่ในพระพุทธศาสนา มีความวิริยะอุตสาหะในการปฏิบัติศาสนกิจ ให้เจริญก้าวหน้าทั้งงานด้านการปกครอง การศึกษา การเผยแผ่ การสาธารณูปการ ศึกษาสงเคราะห์ สังคมสงเคราะห์ และด้านการบำเพ็ญสาธารณประโยชน์ เป็นประโยชน์อย่างยิ่งแก่พุทธจักรและอาณาจักรอเนกประการ สำหรับผลงานดังกล่าวในตำแหน่งเจ้าอาวาส และอดีตเจ้าคณะจังหวัดนั้น เป็นที่ทราบโดยประจักษ์แล้ว ต่อไปนี้จะได้กล่าวถึงชีวิตความเป็นมาโดยย่อและเกียรติคุณที่ท่านได้รับผลงาน ด้านการพัฒนาชุมชน และงานเขียน งานบรรยาย ตามลำดับ

อัตตชีวประวัติ

            พระเทพวิสุทธิคุณ ฉายา คนฺธวโร อายุ ๙๑ พรรษา ๗๐ น.ธ.เอก, วุฒิปริญญา พุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ในอดีตดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ สถานะเดิมของท่านชื่อ กุศล นามสกุล มณีรัตน์ เกิดวันที่ ๒ เดือน พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๔๖๘ ตรงกับวันจันทร์แรม ๒ ค่ำเดือน ๑๒ ปีฉลู บิดา นายบุญมี มณีรัตน์ มารดา เจ้าแม่หอมนวล ณ น่าน บ้านหมู่ที่ ๑ เลขที่ ๖๑ ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน (บิดาเป็นข้าราชการครูบำนาญ)

บรรพชา

            วันที่ ๑๒ เดือน มีนาคม พ.ศ. ๒๔๘๐ ตรงกับ วันเสาร์แรม ๒ ค่ำ เดือน ๑๒ ปีฉลู ณ วัดศรีบุญเรือง ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน พระอุปัชฌาย์ พระครอนุสรณ์ศาสนเกียรติ วัดศรีบุญเรือง ตำบลแม่สะเรียง อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน

อุปสมบท

            วันศุกร์ขึ้น ๑๑ ค่ำ เดือน ๘ ปีระกา ตรงกับวันที่ ๒๐ เดือน กรกฎาคม พ.ศ. ๒๔๘๘ วัดเชียงมั่น ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ พระอุปัชฌาย์คือท่านเจ้าอธิการหมวก สุภาโร วัดเชียงมั่น ตำบลศรีภูมิ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พระกรรมวาจาจารย์ พระอธิการอินตา อินฺทจกฺโก วัดล่ามช้าง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พระอนุสาวนาจารย์ พระอินถา นารโท วัดเชียงมั่น อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

การศึกษา

    -สายสามัญศึกษา

            ท่านสำเร็จศึกษาสายสามัญศึกษา สำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ เมื่อปี พ.ศ. ๒๔๘๐        จากโรงเรียนบริพัตรศึกษา อำเภอแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอนและจบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๖   จากโรงเรียนครูศรีนวล(สามัญการศึกษาผู้ใหญ่) อำเภอเมือง จังหวัดลำพูน เมืิ่อปี พ.ศ. ๒๔๙๖

     -สายพระปริยัติธรรม

            พ.ศ. ๒๔๘๔     สอบไล่ได้นักธรรมชั้นตรี จากสำนักเรียนวัดเชตวัน ตำบลช้างม่อย อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๔๘๖ สอบไล่ได้นักธรรมชั้นโท จากสำนักเรียนวัดพันอ้น ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ พ.ศ. ๒๔๘๙     สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก จากสำนักเรียนวัดพันอ้น ตำบลพระสิงห์ อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

ตำแหน่งทางการศึกษา

  - พ.ศ. ๒๔๙๑ เป็นครูสอนพระปริยัติธรรม สำนักเรียนวัดเชตวัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๐๓  เป็นเจ้าสำนักศาสนศึกษาพระปริยัติธรรม วัดบุพพาราม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๒๕-๒๕๒๙ เป็นประธานดำเนินการอบรม พระปริยัติธรรม แผนกบาลี ณ สำนักศาสนศึกษา วัดบุพพาราม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๓๐-๒๕๔๐  เป็นผู้ช่วยอธิการบดี มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิทยาเขตเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๔๑-๒๕๔๕ เป็นรองประธานสภาวิทยาเขต ผู้ทรงคุณวุฒิ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๔๖-๒๕๕๒ เป็นประธานสภาวิทยาเขต ผู้ทรงคุณวุฒิมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย วิทยาเขตเชียงใหม่

ตำแน่งทางการปกครองคณะสงฆ์

  - พ.ศ. ๒๔๘๘ เป็นเลขานุการ (พระอภัยสารทะ) เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ รูปที่ ๖

พ.ศ. ๒๔๙๑       เป็นนักเผยแผ่อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ.  ๒๔๙๙ เป็นเจ้าอาวาสวัดบุพพาราม ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๑๙  เป็นเจ้าคณะอำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๑๙  เป็นพระอุปัชฌาย์

  - พ.ศ. ๒๕๓๐  เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๔๑  เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะอำเภออมก๋อย จังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๔๒ เป็นเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ (รูปที่ ๑๐) วันที่ ๑๖ มิถุนายน ๒๕๔๒

  - พ.ศ. ๒๕๕๒ เป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่

สมณศักดิ์

  - พ.ศ. ๒๔๙๙  เป็นพระฐานานุกรมที่ พระปลัดของพระอภัยสารทะ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ (รูปที่ ๖) วัดเชตวัน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่

  - พ.ศ. ๒๕๐๑   ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ชั้นตรี ในราชทินนามที่ พระครูมงคลศีลวงศ์ (จร.ชต.)

  - พ.ศ. ๒๕๑๐   ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นโท (จร.ชท.) ในราชทินนามเดิม

  - พ.ศ. ๒๕๑๗  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าอาวาสวัดราษฎร์ ชั้นเอก (จร.ชอ.) ในราชทินนามเดิม

  - พ.ศ. ๒๕๒๐  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระครูสัญญาบัตร เจ้าคณะอำเภอชั้นพิเศษ ในราชทินนามเดิม

  - พ.ศ. ๒๕๓๐  ได้รับพระราชทานแต่งตั้งสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ ในราชทินนามที่ “พระอุดมกิตติมงคล” (พระราชาคณะฤกษ์ในมงคลวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระชนมายุครบ ๕ รอบ ๖๐ พรรษา)

  - พ.ศ. ๒๕๔๐  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาชั้นราช ในราชทินนามที่ “พระราชพุทธิญาณ”

  - พ.ศ. ๒๕๔๖  ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนามที่ “พระเทพวิสุทธิคุณ”

เกียรติคุณที่ได้รับ

            พ.ศ. ๒๕๒๕ กองทัพภาคที่ ๓ ส่วนหน้าจังหวัด พิษณุโลก ถวายเกียรติบัตรเชิดชูเกียรติคุณ ด้านวิทยากรดีเด่น ในการให้การอบรมตาม โครงการแผ่นดินธรรมแผ่นดินทองช่วยกิจกรรมโครงการหลวง ตำบลป่าเมี่ยง อำเภอดอยสะเก็ด และศูนย์พัฒนาห้วยฮ่องไคร้ ตามพระราชดำริตลอดมาและขยายงานศิลปาชีพในอำเภอต่างๆ เป็นโครงการ อ.ป.ท., อ.ป.อ. มาจนถึงปัจจุบัน

            พ.ศ. ๒๕๓๒ สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดเชียงใหม่ถวายโล่เชิดชูเกียรติคุณด้านส่งเสริมศิลปวัฒนธรรมท้องถิ่น

            พ.ศ. ๒๕๓๓ ได้รับพระราชทานเสาเสมาธรรมจักรทอง คำจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในฐานะบุคคลดีเด่นด้านการพัฒนาชุมชน โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา

            พ.ศ. ๒๕๓๕ สมาคมการศึกษานอกระบบแห่งประ- เทศไทยถวายโล่เชิดชูเกียรติคุณในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นด้านส่งเสริมวิชาชีพการเกษตรสหกรณ์ และศิลปาชีพตามพระราชดำริฯ

            พ.ศ. ๒๕๓๕ คณะกรรมการวัฒนธรรมแห่งชาติถวายโล่เชิดชูเกียรติคุณในฐานะผู้มีผลงานดีเด่นระดับชาติภาคเหนือด้านสาขาพัฒนา คุณภาพชีวิต โดยเข้ารับพระราชทานโล่จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

            พ.ศ. ๒๕๓๖ มูลนิธิสรรพวรรณิตถวายเกียรติคุณสดุดีในฐานะเป็นผู้อุทิศตนทำคุณประโยชน์แก่ประเทศชาติและพระศาสนา สาขาสาธารณูปโภค

            พ.ศ. ๒๕๓๖ กระทรวงศึกษาธิการ ถวายโล่เกียรติ- คุณในฐานะเป็นผู้จัดบริหารส่งเสริมสนับสนุนแนะนำพัฒนาวัดเป็นอุทยานการศึกษา จังหวัดเชียงใหม่

            พ.ศ. ๒๕๓๖ มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยในพระบรม-ราชูปถัมภ์ถวายปริญญาพุทธศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาสังคมศาสตร์

            พ.ศ. ๒๕๓๘ สภาการฝึกหัดครู สถาบันราชภัฏเชียง- ใหม่ ถวายปริญญาศิลปศาสตรบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการพัฒนาชุมชน

            พ.ศ. ๒๕๔๘ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ปริญ- ญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาการพัฒนาชุมชน

  ผลงานด้านวรรณกรรม

  (๑) วิปัสสนากรรมฐาน (แนวมหาสติปัฏฐานสูตร)

  (๒) พระสงฆ์กับการพัฒนาชนบท

  (๓) หลักสูตรสร้างพื้นฐานชีวิต (อยู่ดีมีสุข)

  (๔) หลักสูตรการทำอาหารสร้างอาชีพให้กับประชาชน

  (๕) พระสงฆ์กับการพัฒนาชุมชน

งานเขียนประเภทร้อยกรอง

  พระเทพวิสุทธิคุณใช้นามปากกาว่า “วราวดี” มีดังนี้

  (๑) สังคมยุคโลกาภิวัตน์

  (๒) หลักคุณธรรมพัฒนาคุณภาพชีวิต ๙ ประการ

  (๓) เรารักวัฒนธรรมไทยปี ๒๕๔๓

  (๔) คติธรรมคำคมคนโบราณสั่งสอนลูกหลาน ๙ ประการ

  (๕) ใส่ความรัก

  (๖) ไทยอยู่ยั่งยืนยง

  (๗) อยู่อย่างพึ่งพาตน

  (๘) เทิดเกียรติคุณครูบาเจ้าศรีวิชัย

  (๙) หลักการสร้างพื้นฐานชีวิต (อยู่ดีมีสุข)

ประเภทเทปเพลง

            พระเทพวิสุทธิคุณได้เขียนบทเพลงเรียบเรียงเสียงประสานให้ชื่อเพลงชุดนี้ว่า “เพลงพัฒนาชีวิต” ขับร้องและทำนองโดย นายมนูญ พลอยประดับ นำไปแจกจ่ายเป็นวิทยาทานแก่สถาบันต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชนและประชาชนทั่วไป

            ผลงานด้านวรรณกรรมของพระเทพวิสุทธิคุณ นับได้ว่าเป็นผลงานอันทรงคุณค่า ให้ข้อคิดในการดำเนินชีวิต ปลุกเร้าให้รักศิลปวัฒนธรรมไทย รักชาติ พระศาสนา ตลอดถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิต ให้อยู่ดีกินดี มั่งมีศรีสุข รายละเอียดของผลงานดังกล่าว อยู่ในหนังสือเล่มนี้

 

พระวิสุทธิวงศาจารย์ เจ้าคณะหนเหนือ กรรมการเถรสมาคม

เป็นประธานมอบตราตั้งรักษาการเจ้าอาวาสวัดบุพพารามให้พระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน ฐิตรตโน

เปรียญธรรม ๙ ประโยค พระศาสนมหาบัณฑิต(พระพุทธศาสนา) ณ วัดบุพพาราม อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ ๖ เมษายน ๒๕๕๙



พระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน
เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม

       
 
        



หอมณเฑียรธรรม
ในสมัยแรกเริ่มสร้างวัดบุพพาราม พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว ได้สร้างหอมณเฑียรธรรมสำหรับประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบ
อ่านต่อ...



วิหารหลังใหญ่
วิหารหลังใหญ่นี้เป็นที่ประดิษฐานพระมหาพุทธปฏิมากร ซึ่งหล่อด้วยทองแดงล้วน น้ำหนัก ๑ โกฏิ วิหารนี้ไม่มีศิลาจารึก มีคำเพียงบอกเล่าจ
อ่านต่อ...



พระพุทธบุพพาภิมงคล
พระพุทธบุพพาภิมงคล ภ.ป.ร. ปี พ.ศ.๒๕๑๙ พระครูมงคลศีลวงศ์ ร่วมกับ นายชลอ ธรรมศิริ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ขณะนั้น ร่วมกับคณะศ
อ่านต่อ...



พระเจดีย์
พระเจดีย์องค์นี้ถูกสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ โดยมีความ กว้างประมาณ ๑๒ ศอก สูงประมาณ ๓๐ ศอก พ.ศ.๒๔๑๑ หลวงโยนการวิจิตร
อ่านต่อ...



วิหารเล็ก
วิหารหลังเล็ก มีการสร้างประมาณ ๓๐๐ กว่าปี ถูกบูรณะมาหลายครั้งหลายคราว การบูรณะครั้งหลังสุด คือเจ้าแม่ทิพผสม ณ เชียงใหม่ ไ
อ่านต่อ...