บ่อน้ำทิพย์ไม่เคยแห้ง ใส่สะอาดอายุกว่า 500 ปี วัดบุพพาราม(เชียงใหม่) เป็นหนึ่งในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บ่อน้ำทิพย์ไม่เคยแห้ง ใส่สะอาดอายุกว่า 500 ปี วัดบุพพาราม(เชียงใหม่) เป็นหนึ่งในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

บ่อน้ำทิพย์ไม่เคยแห้ง ใส่สะอาด อายุกว่า 500 ปี วัดบุพพาราม เชียงใหม่ เป็นหนึ่งในบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ที่จะใช้ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร สำหรับจังหวัดเชียงใหม่ ใช้แหล่งน้ำ 3 แห่ง ร่วมกับแหล่งน้ำจากทั่วประเทศ

วันที่ 30 มค.2562 พระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม อำเภอเมืองจังหวัดเชียงใหม่ ได้จัดเตรียมสถานที่ บริเวณบ่อน้ำทิพย์ หรือบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ของทางวัด ที่มีอายุกว่า 500 ปี ที่จะใช้เป็นน้ำสรงอภิเษก เนื่องในโอกาสพระราชพิธีบรมราชาภิเษก สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร รัชกาลที่ 10 พร้อมกับน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากแหล่งน้ำทั่วประเทศ ซึ่งจังหวัดเชียงใหม่ มีแหล่งน้ำ 3 แห่ง ที่จะใช้นำไปประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษก มีน้ำจากขุนน้ำปิง อำเภอเชียงดาว น้ำจากอ่างกา บนยอดดอยอินทนนท์ อำเภอจอมทอง และบ่อน้ำทิพย์ ของวัดบุพพาราม ที่มีน้ำใสสะอาดตลอดทั้งปี และน้ำไม่เคยแห้ง ความลึกปากบ่อ ถึงก้นบ่อประมาณ 7 เมตร 20 เซนติเมตร

สำหรับบ่อน้ำทิพย์แห่งนี้ ที่ผ่านมา ปี 2530 เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง นำเอาน้ำบ่อทิพย์ ไปถวายเป็นน้ำสรง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีพระชนม์มายุ 5 รอบ และครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2554 หม่อมหลวง ปนัดดา ดิศกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ในสมัยนั้น พร้อมหน่วยงานราชการ และศรัทธาประชาชน ได้ประกอบพิธีตักน้ำศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้ เพื่อนำไปประกอบพิธี เสกน้ำพระพุทธมนต์พร้อมน้ำศักดิ์สิทธิ์ จากทั่วประเทศ ทูลเกล้าถวาย แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช บรมนาถบพิตร รัชกาลที่ 9 เพื่อเป็นน้ำสรงอภิเษก ในพระราชพิธีออกมหาสมาคม เนื่องในโอกาสพระราชพิธี มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7 รอบ 5 ธันวาคม 2554 โดยมีขบวนแห่อัญเชิญ นำน้ำใส่ในคนโท อย่างยิ่งใหญ่ ไปทำพิธีปลุกเสก เป็นน้ำพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ พร้อมกับน้ำ จากแหล่งน้ำ ดอยอ่างกา และน้ำขุนน้ำปิง ที่วัดพระสิงห์วรมหาวิหาร ในตัวเมืองเชียงใหม่

ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 3 ถือเป็นความปลื้มปิติยินดี กับทางวัด คณะสงฆ์และพสกนิกรชาวเชียงใหม่ เป็นอย่างยิ่ง ในพระราชพิธีมหามงคลครั้งนี้ ที่ได้นำน้ำ จากบ่อน้ำทิพย์ ไปเป็นน้ำพุทธมนต์ศักดิ์สิทธิ์ ในพระราชพิธีบรมราชาภิเษกอีกครั้ง สำหรับวัดบุพพาราม เดิมเป็นพระราชอุทยาน ของพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่องค์ที่ 9 สร้างขึ้นในปี พ ศ. 2040 และบ่อน้ำมีมาก่อนสร้างวัด เชื่อว่าน่าจะมีอายุมากกว่า 500 ปี แต่มีเรื่องเล่าเป็นตำนาน หากผู้หญิงเข้า จะทำให้น้ำขุ่น ปัจจุบันจึงมีป้ายห้าม ผู้หญิงเข้าติดไว้ และมีการทำอิฐเป็นรั้ว ล้อมรอบ 8 เหลี่ยม อย่างสวยงาม.

 



พระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน
เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม

       
 
        



หอมณเฑียรธรรม
ในสมัยแรกเริ่มสร้างวัดบุพพาราม พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว ได้สร้างหอมณเฑียรธรรมสำหรับประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบ
อ่านต่อ...



วิหารหลังใหญ่
วิหารหลังใหญ่นี้เป็นที่ประดิษฐานพระมหาพุทธปฏิมากร ซึ่งหล่อด้วยทองแดงล้วน น้ำหนัก ๑ โกฏิ วิหารนี้ไม่มีศิลาจารึก มีคำเพียงบอกเล่าจ
อ่านต่อ...



พระพุทธบุพพาภิมงคล
พระพุทธบุพพาภิมงคล ภ.ป.ร. ปี พ.ศ.๒๕๑๙ พระครูมงคลศีลวงศ์ ร่วมกับ นายชลอ ธรรมศิริ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ขณะนั้น ร่วมกับคณะศ
อ่านต่อ...



พระเจดีย์
พระเจดีย์องค์นี้ถูกสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ โดยมีความ กว้างประมาณ ๑๒ ศอก สูงประมาณ ๓๐ ศอก พ.ศ.๒๔๑๑ หลวงโยนการวิจิตร
อ่านต่อ...



วิหารเล็ก
วิหารหลังเล็ก มีการสร้างประมาณ ๓๐๐ กว่าปี ถูกบูรณะมาหลายครั้งหลายคราว การบูรณะครั้งหลังสุด คือเจ้าแม่ทิพผสม ณ เชียงใหม่ ไ
อ่านต่อ...