วัดบุพพาราม พระพุทธรูปไม้สัก ถนนท่าแพ เชียงใหม่

วัดบุพพาราม42  

วัดบุพพาราม เป็นวัดคู่เมืองเชียงใหม่ ตั้งอยู่ตรงข้ามเยื้องกับวัดแสนฝาง ติดถนนท่าแพ  ถนนยอดฮิตของนักท่องเที่ยว ช่วงนี้คนจีนเยอะมากเดินขวักไขว่เต็มไปหมดครับ เพราะถนนท่าแพมีวัดอยู่สองฟากถนนเรียงรายกันเป็นระยะๆ และเป็นย่านขายสินค้าที่ระลึก

วัดบุพพาราม อยู่ติดถนนท่าแพ ถนนเส้นนี้ขับขี่ทางเดียวครับ ดูภาพแล้วก็จำไว้ครับ หากเลยจะต้องวนรถไกล หรือไม่งั้นก็ไม่จอดที่วัดมหาวัน แล้วเดินย้อนกลับมาก็ได้ครับ  ภายในวัดบุพพารามมีสิ่งน่าสน ที่หอมณเฑียรธรรม ซึ่งสร้างถวายเป็นสักการะแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลมหาราช เนื่องในวโรกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษาครบ 5 รอบ ไปดูประวัติวัดบุพพารามกันครับ

วัดบุพพาราม47 วัดบุพพาราม2
วัดบุพพาราม4  วัดบุพพาราม12  

ประวัติวัดบุพพาราม

  1. เมื่อพระเจ้าศรีสุธรรมติโลกราชสวรรณคตชังรายัตตราช (พระเจ้ายอดเชียงราย) ผู้เป็นพระโอรส ประสูติปีชวด มีพระชมมายุได้ 31 พรรษาได้เสวยราชสมบัติเมื่อปีมะแม พระองค์พร้อมด้วยพลนิกาย เสนาอำมาตย์อัญเชิญพระบรมศพของพระเจ้าติโลกราช ซึ่งเป็นพระราชบิดาของพระองค์ไปด้วยรางทองและถวายพระเพลิงที่มหาโพธาราม (วัดเจ็ดยอด) ครั้นถวายพระเพลิงแล้วจึงได้ก่อสถูปเจดีย์ไว้ ณ ที่นั่น เพื่อประดิษฐานพระอัฐิธาตุ แล้วพระราชารับสั่งให้สร้างตโปธาราม (วัดล่ำเปิง) อยู่ทางทิศตะวันตกของสนามบินเชียงใหม่ในปัจจุบัน เมื่อปีชวด จุลศักราช 854
  2.  พระองค์เสวยราชสมบัติได้ 9 ปี ถึงปีเถาะ จึงสละราชสมบัติให้พระราชกุมาร ซึ่งเป็นพระโอรสของพระองค์ ครั้นมอบให้แล้วไก้ดำรงค์พระชมมายุอีก 13 ปี พระองค์ก็สวรรคตในปีขาล สิริรวมพระชนมาอายุได้ 51 พรรษา พระราชผู้เป็นพระราชโอรสของพระเจ้าชังรายัตตราช (พระเจ้ายอดเชียงราย) ประสูติปีขาล คือ “พระเจ้าดิลกปนัดดาธืราช” (พระเมืองแก้ว) เมื่อพระองค์มีประชนมายุ 14 พรรษา ได้รับการสถาปนาราชาภิเษก เมื่อวันเพ็ญ เดือน 4 จุลศักราช 854 นับแต่พระองค์ได้รับราชาภิเษกแล้ว พระองค์มีพระพุทธศาสนามาก ทั้งประกอบด้วยปสาทะศรัทธาอย่างดีเยี่ยมและประกอบด้วยเจตนาศรัทธา เป็นเครื่องบริจาคทานวัตถุ เป็นเหตุให้เกิดปัจจัยในอันที่จะบริจากทานโดยไม่มีขีดขั้น
    วัดบุพพาราม28วัดบุพพาราม40  
  3.  นับตั้งแต่พระองค์ได้รับราชาภิเษกมา 1 ปี คือปีมะโรง เดือน 5 แรม 7 ค่ำ วันอังคาร จุลศักราช 855 พ.ศ.2036 พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราช วัดบุพพาราม49พระองค์ได้ทรงรับสั่งให้สร้างพระอารามๆ หนึ่งไว้ ณ ที่พระราชอุทยาน ซึ่งเป็นที่ประทับของพระเจ้าติโลกราช ผู้เป็นพระจ้าปู่และเป็นที่ประทับของพระราชบิดา พระองค์จึงขนานนามของวัดว่า “วัดบุพพาราม” ทั้งนี้เพราะถือเอานิมิตว่าได้ตั้งอยู่ทางทิศบูรพาแห่งนับพิสิราชธานี (นครพิงค์เชียงใหม่) ต่อมาเมื่อพระองค์สร้างวัดบุพพารามแล้ว ได้ 3 ปี คือ ปีมะเมีย พระองค์ทรงสร้างปราสาทไว้ ณ ท่ามกลางมหาวิหารอีก 1 หลัง เพื่อประดิษฐานพระพุทธปฏิมากร หล่อด้วยทองแดงล้วน มีสนธิ 8 แห่ง น้ำหนัก 1 โกฏิ (ปัจจุบันประดิษฐานอยู่ในวิหารหลังใหญ่) ต่อมาอีก 4 ปี ในปีระกา พระเจ้าดิลกปนัดดาธิราชได้รับสั่งให้สร้างหอมณเฑียรธรรมอีก 1 หลัง สำหรับปดิษฐานพระไตรปิฏกฉบับลงทองของล้านนาไทย ศิลปหัตถกรรมล้านนาประดับตกแต่งอย่างปราณีตสวยงามเหมือนเวชยันตปราสาท ในปี พ.ศ.2439 จ.ศ.1358 จำเดิมแต่การสร้างวัดมา มีอายุได้ 502 ปี
  4. หมายเหตุ ส่วนอาณาเขตของวัด ประวัติ (ตำนาน) ไมได้กล่าวไว้ในสมัยนั้น ว่ามีเนื้อที่กว้างยาวเท่าไหร่ ได้ความจากผู้เฒ่าผู้แก่เพียงว่า วัดอุปาหรือวัดอุปาราม (บุพพาราม) มีเนื้อที่กว้างยาวมาก ทิศตะวันออกจรดถึงคลองแม่ข่า ทิศตะวันตกจรดถึงวัดมหาวัน ความจริงจะกว้างยาวเท่าไหร่นั้น ข้าพเจ้าเองก็ไม่ทราบได้ แต่น่าจะพิสูจน์จากคำสันนิษฐานผู้สูงอายุตรงที่บ้านของพ่อหนานมังคละ แม่หมูปวรธิสรรค์ ถนนท่าแพ ขณะนี้ยังมีมูลอิฐปรากฏเป็นหลักฐาน บางคนก็อ้างว่าเป็นฐานของอุโบสถวัดอุปาราม คือเป็นอารามที่มีอาณาเขต กว้าง ยาว มากนั่นเอง ปัจจุบันมีเนื้อที่ 4 ไร่ 3 งาน 29 ตารางวา คือทิศเหนือติดกับถนนท่าแพ มี 2 เส้น 13 วา ทิศใต้ติดกับบ้าน มี 2 เสิน 4 วา ติดตะวันตกติดกับถนนท่าแพซอย 2 ร่มโพธิ์ มี 2 เส้น 19 วา ตามที่ได้สำรวจแล้ว ก็มีในบริเวณกำแพงล้อมรอบวัดเท่านั้น ถือเอาตามความเป็นจริงในปัจจุบันเพียงเท่านี้
    พระอุดมกิตติมงคล รองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ เจ้าอาวาส วัดบุพพาราม อ.เมือง จ.เชียงใหม่ 19 กุมภาพันธ์ 2539

วัดบุพพาราม27 วัดบุพพาราม29 วัดบุพพาราม46 วัดบุพพาราม9  วัดบุพพาราม11 วัดบุพพาราม19  

 

ลักษณะความสำคัญและจุดเด่น

ความโด่ดเด่นของวัด คือ วิหารหลังเล็กที่ยังรักษาแบบโบราณไว้ อีกทั้งยังมีพระพุทธไทยภาลประสิทธิโชค ประดิษฐ์ อยู่ด้านใน
มีหอมณเฑียรธรรม ชั้น 1 มีภาพประติมากรรมเรื่องราวของเชียงใหม่ ไม่ว่าจะเป็น ประเพณี เทศกาลที่เล่าเรื่องทั้ง 12 เดือน ขึ้น 2 ประดิษฐานพระพุทธนเรศสักชัยไพรีพินาศ พระพุทธรูปไม้สักขนาดหน้าตักกว้าง 1 วาเศษ มีอายุประมาณ 400 ปี ตามประวัติเล่าว่า สมเด็จพระนเรศวรมหาราช ทรงยกทัพจากเมืองอยุธยาเพื่อขึ้นมาปราบอริราชศัตรูที่มารุกรานเมือง เชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ. 2147 จนทัพศัตรูได้ล่าถอยไปทางเมืองแหงและเมืองต๋วน สมเด็จพระนเรศวรฯจึงพักรบและสร้างพระพุทธนเรศศักดิ์ชัยไพรีพินาศองค์นี้ขึ้น

วัดบุพพาราม31
พระพุทธรูปไม้สัก

วัดบุพพาราม32 วัดบุพพาราม33  

อ้างอิง

รายงานโครงการ การศึกษาความเหมาะสมและออกแบบรายละเอียดการให้แสงสว่างโบราณสถานในตัวเมืองเชียงใหม่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย

ที่ตั้งวัดบุพพาราม

ตั้งอยู่ 143 ถนนท่าแพ ตำบลช้างคลาน อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โทร :088-2517874

ขอขอบคุณ : http://www.topchiangmai.com/trip/วัดบุพพาราม-ถนนท่าแพ/



พระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน
เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม

       
 
        



หอมณเฑียรธรรม
ในสมัยแรกเริ่มสร้างวัดบุพพาราม พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว ได้สร้างหอมณเฑียรธรรมสำหรับประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบ
อ่านต่อ...



วิหารหลังใหญ่
วิหารหลังใหญ่นี้เป็นที่ประดิษฐานพระมหาพุทธปฏิมากร ซึ่งหล่อด้วยทองแดงล้วน น้ำหนัก ๑ โกฏิ วิหารนี้ไม่มีศิลาจารึก มีคำเพียงบอกเล่าจ
อ่านต่อ...



พระพุทธบุพพาภิมงคล
พระพุทธบุพพาภิมงคล ภ.ป.ร. ปี พ.ศ.๒๕๑๙ พระครูมงคลศีลวงศ์ ร่วมกับ นายชลอ ธรรมศิริ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ขณะนั้น ร่วมกับคณะศ
อ่านต่อ...



พระเจดีย์
พระเจดีย์องค์นี้ถูกสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ โดยมีความ กว้างประมาณ ๑๒ ศอก สูงประมาณ ๓๐ ศอก พ.ศ.๒๔๑๑ หลวงโยนการวิจิตร
อ่านต่อ...



วิหารเล็ก
วิหารหลังเล็ก มีการสร้างประมาณ ๓๐๐ กว่าปี ถูกบูรณะมาหลายครั้งหลายคราว การบูรณะครั้งหลังสุด คือเจ้าแม่ทิพผสม ณ เชียงใหม่ ไ
อ่านต่อ...