หอมณเฑียรธรรม

หอมณเฑียรธรรม

            ในสมัยแรกเริ่มสร้างวัดบุพพาราม พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว ได้สร้างหอมณเฑียรธรรมสำหรับประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบับลงทองของล้านนา ศิลปะแบบล้านนาไทยสร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง ประดับตกแต่งอย่างประณีตสวยงาม เหมือนเวชยันตปราสารท กาลต่อมาหอมณเฑียรธรรมนี้ได้ชำรุดหักพังลง

            ปี พ.ศ. ๒๕๒๓ พระครูมงคลศีลวงศ์  จึงสร้างหอมณเฑียรธรรมขึ้นมาใหม่ เพื่อฟื้นฟูประวัติศาสตร์ของวัดบุพพารามโดยสร้างแบบลักษณะจตุรมุข ทรงล้านนาไทย ๒ ชั้น กว้าง ๑๕ เมตร ยาว ๒๐ เมตร โดย สมเด็จพระอริยคตวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก (วาสน์ วาสนมหาเถร) วัดราชบพิตรสถิตมหาสีมาราม เสด็จเป็นประธานประกอบพิธีวางศิลาฤกษ์  เพื่อเป็นอนุสรณ์ถวายพระราชกุศลแด่พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช กับทั้งเป็นการสร้างถวายเป็นพระราชกุศลในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชมหาราช รัชกาลที่ ๙ แห่งราชวงศ์จักรี ทรงครองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ และเพื่อเป็นการเฉลิมฉลองนครเชียงใหม่ มีอายุครบ ๗๐๐ ปี พ.ศ. ๒๕๓๙ ใช้เวลาในการสร้าง ๑๖ กว่าปีจึงสำเร็จ สิ้นทุนทรัพย์ ๑๕ ล้านบาทเศษ ชั้นบนสำหรับประดิษฐานพระพุทธบุพพาภิมงคล ภ.ป.ร. และพระพุทธนเรศร์สักชัยไพรีพินาศ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช สยามมกุฏราชกุมาร เสด็จฯ ยกช่อในปี ๒๕๓๙ และทำการเฉลิมฉลองในควาวเดียวกันนี้



พระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน
เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม

       
 
        



หอมณเฑียรธรรม
ในสมัยแรกเริ่มสร้างวัดบุพพาราม พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว ได้สร้างหอมณเฑียรธรรมสำหรับประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบ
อ่านต่อ...



วิหารหลังใหญ่
วิหารหลังใหญ่นี้เป็นที่ประดิษฐานพระมหาพุทธปฏิมากร ซึ่งหล่อด้วยทองแดงล้วน น้ำหนัก ๑ โกฏิ วิหารนี้ไม่มีศิลาจารึก มีคำเพียงบอกเล่าจ
อ่านต่อ...



พระพุทธบุพพาภิมงคล
พระพุทธบุพพาภิมงคล ภ.ป.ร. ปี พ.ศ.๒๕๑๙ พระครูมงคลศีลวงศ์ ร่วมกับ นายชลอ ธรรมศิริ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ขณะนั้น ร่วมกับคณะศ
อ่านต่อ...



พระเจดีย์
พระเจดีย์องค์นี้ถูกสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ โดยมีความ กว้างประมาณ ๑๒ ศอก สูงประมาณ ๓๐ ศอก พ.ศ.๒๔๑๑ หลวงโยนการวิจิตร
อ่านต่อ...



วิหารเล็ก
วิหารหลังเล็ก มีการสร้างประมาณ ๓๐๐ กว่าปี ถูกบูรณะมาหลายครั้งหลายคราว การบูรณะครั้งหลังสุด คือเจ้าแม่ทิพผสม ณ เชียงใหม่ ไ
อ่านต่อ...