วัตถุมงคลปี ปี พ.ศ.2518 สิงห์ เจ้าพ่อดำ

ประวัติโดยย่อการจัดสร้างวัตถุมงคลวัดบุพพาราม ปี พ.ศ. ๒๕๑๘

สิงห์ เจ้าพ่อดำ

            สิงห์เจ้าพ่อดำและวัตถุมงคลปี พ.ศ.๒๕๑๘ จัดสร้างขึ้นที่ วัดบุพพาราม อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ การทำพิธีพุทธาภิเศก และอภินิหารในสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่จังหวัดเชียงใหม่ และเป็นการเล่าเรื่องความเป็นมาของวัดบุพพาราม ด้วยทางวัดได้จัดสร้างโรงเรียนพระปริยัติธรรม เพื่อให้พระภิกษุ สามเณร มีที่เรียนในจังหวัดนี้ให้มากขึ้น เพื่อสะดวกแก่การศึกษา ไม่ต้องเดินทางมาเรียนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นทางไกลหรือในจังหวัดอื่นๆ ซึ่งอยู่ห่างไกล และทางวัดบุพพารามได้จัดสร้างขึ้นสำเร็จไปแล้วบางส่วน และบางส่วนยังไม่สำเร็จ จำเป็นต้องหาเงินมาจัดสร้างต่อไป และวัดนี้เมื่อได้ทำกิจกรรมอันใหญ่เช่นนี้ ก็จำเป็นต้องขยายวัดให้กว้างขวาง มีพื้นที่สำหรับก่อสร้างเสนาสนะสถานต่างๆทางวัดจึงต้องจัดซื้อที่ดิน อันเป็นบริเวณต่อเนื่อง เพื่อขยายให้กว้างต่อไปอีก จึงจำเป็นต้องหาเงินเข้าวัดอีกเป็นจำนวนมาก จึงได้จัดทำการพิธีปลุกเสก เจ้าพ่อสิงห์ดำขึ้น เพื่อทำการแลกเปลี่ยน โดยนำเงินที่ได้บริจาคเงินช่วยเหลือวัด ทางวัดก็ให้สิงห์ดำเจ้าพ่อเป็นการตอบแทน ในการปลุกเสกครั้งนี้ ได้ปลุกเสกโดยคณะอาจารย์ ๓ ท่าน คือ ๒ แสน ๑ สิงห์

            ๑. ครูบาคำแสน อินทจักโก วัดสวนดอก เชียงใหม่

            ๒. ครูบาคำแสน คุณาลังกาโล วัดป่าดอนมูล สันกำแพง เชียงใหม่

            ๓. ครูบาสิงห์วิชัย วัดฟ้าฮ่าม ต.ฟ้าฮ่าม เชียงใหม่

            วันกำหนดพิธีปลุกเสก ในคืนวันที่ ๙ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๑๘ เวลา ๑๙.๐๐ น. ถึงเวลา ๒๑.๓๐ น. ทั้งนี้เป็นให้ได้อิทธิฤทธิ์ ๓ ประการ โดยใช้ฤกษ์ลัคนาเป็น เพชรฤกษ์ถือว่าฤกษ์นี้ใช้ปลุกเสกเครื่องรางของขลังดีนัก มีประสิทธิภาพทุกๆ ทาง และอุปเท่ห์ในการใช้เป็นไปตามต้องการ โดยมีอิทธิฤทธิ์ควบคุมอยู่ตลอดกาล

ในการปลุกเสกครั้งนี้ใช้เวลาทำพิธี ๓ คืน ๓ วัน คือวันที่ ๙ ถึง วันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๑๘ หลังจากเสร็จพิธีปลุกเสกในพระอุโบสถแล้ว ยังต้องนำเครื่องรางทั้งหมดนี้ไปบวงสรวงที่ พระยาราชสีห์ ที่ตำบลข่วงสิงห์ ทางทิศเดชของนครเชียงใหม่ ตามถนนสายฝาง เพื่อขอเดชะอำนาจและปกาศิต จากพระยาราชสีห์ ซึ่งเป็นราชาสัตว์ของป่าหิมพานต์ และเป็นราชาสัตว์ทั้งปวงในโลกนี้

            การทำสิงห์ เจ้าพ่อดำ ครั้งที่ ๑ จัดสร้างเพียงจำกัด ๒,๕๑๙ ตัวเท่านั้น จึงไม่มีการมุ่งเอาไปในทางความโลภ มุ่งที่จะให้งานพระราชพิธีสำเร็จลุล่วงไปเท่านั้น จึงไม่มีให้เช่าที่อื่น ที่เชียงใหม่มีที่วัดบุพพารามแห่งเดียว จัดสร้างเพียงเนื้อนวโลหะ เนื้อกะไหล่ทอง เนื้อกะไหล่เงิน และเนื้อสามกษัติย์

       ขออำนาจพระยาราชสีห์ และสิงห์เจ้าพ่อดำ แห่งวัดบุพพารามจงพิทักษ์รักษาท่านที่บูชาไปทุกๆ ท่านเงินทุกๆ บาทนี้จะนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ในพระศาสนาและเพื่อการกุศลโดยแท้จริง และถ้าใครไม่ซื่อทุจริต เอาเงินจากสิงห์เจ้าพ่อดำไปใช้ส่วนตัวแล้วก็จะประสพความวิบัติทุกๆ คน ตามที่เจ้าพ่อดำท่านเข้าทรงสาปแช่งเอาไว้

       ขอท่านสาธุชนทั้งหลายจงถึงพร้อมด้วย เดชอำนาจ และแคล้วคลาดอาวุธ ๗ ประการ และขอให้เป็น มหานิยม สมใจในเจตนาทุกๆ ท่านเทอญ.



พระมหาดวงรัตน์ ฐิตรตโน
เจ้าอาวาสวัดบุพพาราม

       
 
        



หอมณเฑียรธรรม
ในสมัยแรกเริ่มสร้างวัดบุพพาราม พระเจ้าติลกปนัดดาธิราช หรือพระเมืองแก้ว ได้สร้างหอมณเฑียรธรรมสำหรับประดิษฐานพระไตรปิฎกฉบ
อ่านต่อ...



วิหารหลังใหญ่
วิหารหลังใหญ่นี้เป็นที่ประดิษฐานพระมหาพุทธปฏิมากร ซึ่งหล่อด้วยทองแดงล้วน น้ำหนัก ๑ โกฏิ วิหารนี้ไม่มีศิลาจารึก มีคำเพียงบอกเล่าจ
อ่านต่อ...



พระพุทธบุพพาภิมงคล
พระพุทธบุพพาภิมงคล ภ.ป.ร. ปี พ.ศ.๒๕๑๙ พระครูมงคลศีลวงศ์ ร่วมกับ นายชลอ ธรรมศิริ ผู้ว่าราชการเชียงใหม่ขณะนั้น ร่วมกับคณะศ
อ่านต่อ...



พระเจดีย์
พระเจดีย์องค์นี้ถูกสร้างในสมัยใดไม่ปรากฏ โดยมีความ กว้างประมาณ ๑๒ ศอก สูงประมาณ ๓๐ ศอก พ.ศ.๒๔๑๑ หลวงโยนการวิจิตร
อ่านต่อ...



วิหารเล็ก
วิหารหลังเล็ก มีการสร้างประมาณ ๓๐๐ กว่าปี ถูกบูรณะมาหลายครั้งหลายคราว การบูรณะครั้งหลังสุด คือเจ้าแม่ทิพผสม ณ เชียงใหม่ ไ
อ่านต่อ...